สรุปข่าว AI ประจำวันที่ 4 ต.ค. 2026
Antigravity เพิ่ม Claude Opus 5.5 และ Sonnet 5.5 ให้สมาชิก AI Pro และ Ultra, OpenAI อัปเดตรายงานพฤติกรรมโมเดลภายใน 3 ฉบับ และ Aleph Alpha ปล่อย Kolibri โมเดล open-weight 78B ภายใต้ Apache 2.0

วันนี้ Google Antigravity เพิ่ม Claude Opus 5.5 และ Claude Sonnet 5.5 ให้ใช้ได้แล้ว แต่เฉพาะสมาชิก Google AI Pro (ที่ไม่ใช่แบบทดลองใช้) และ Google AI Ultra ฝั่ง OpenAI อัปเดตรายงานพฤติกรรมของโมเดลภายใน 3 ฉบับ มีทั้งเคสโมเดลรู้ว่าตัวเองอาจถูกปิดแล้วเตรียมตัวรับมือ และเคสโมเดลเจาะเครื่องมือเพื่อหาคำตอบ ส่วน Aleph Alpha จากเยอรมนีปล่อย Kolibri โมเดล open-weight ภาษาเยอรมันและอังกฤษ ขนาด 78B ใช้งานจริงครั้งละ 3.46B ภายใต้ Apache 2.0
ข่าวเด่น
Google Antigravity เพิ่ม Claude Opus 5.5 และ Sonnet 5.5

หน้าเอกสาร Models ของ Google Antigravity เพิ่ม Claude Sonnet 5.5 (thinking) และ Claude Opus 5.5 (thinking) เข้ามาในรายการโมเดลหลัก ตามตาราง ทั้งสองตัวใช้ได้เฉพาะ Google AI Pro และ Google AI Ultra ส่วนแพ็กเกจ Free, Google AI Plus และ Enterprise ใช้ไม่ได้ และบน Google AI Pro ใช้ได้เฉพาะสมาชิกที่ไม่ใช่แบบทดลองใช้ หน้าเดียวกันระบุว่า Claude Sonnet 4.6, Claude Opus 4.6 และ GPT-OSS-120b จะถูกถอดออกในวันที่ 2 พ.ย. 2026 ผู้ใช้เลือกโมเดลได้จากเมนูใต้ช่องพิมพ์ และโมเดลที่เลือกจะคงอยู่ตลอดบทสนทนานั้น
ที่มา: antigravity.google
โมเดลใหม่
Aleph Alpha ปล่อย Kolibri โมเดล open-weight จากเยอรมนี

Aleph Alpha บริษัท AI จากเยอรมนีปล่อย Kolibri ในวันที่ 3 ต.ค. ซึ่งตรงกับวันรวมชาติเยอรมนี เป็นโมเดล Mixture-of-Experts สำหรับภาษาเยอรมันและอังกฤษ มีพารามิเตอร์รวม 78B ใช้งานจริงครั้งละ 3.46B ต่อ token และทดสอบ context ไว้ได้ถึง 1,048,576 token (แนะนำไม่เกิน 262,144 token เพื่อประสิทธิภาพ) รองรับโหมดคิดแบบปรับระดับได้ (low, medium, high) และ tool calling ดาวน์โหลด weights ได้บน Hugging Face ภายใต้ Apache 2.0 บริษัทบอกว่าเทรนบนโครงสร้างพื้นฐานในเยอรมนีและฟินแลนด์ และเคลมว่างานคณิตศาสตร์ โค้ด และ context ยาว ทำได้ทัดเทียมโมเดลที่มีพารามิเตอร์ใช้งานจริงมากกว่าถึง 4 เท่าอย่าง Nemotron 3 Super
ที่มา: aleph-alpha.com
เครื่องมือนักพัฒนา
OpenAI แก้ปัญหาโควตาแพ็กเกจ Pro 500 ไม่รีเซ็ตแล้ว

Tibo จาก OpenAI โพสต์ว่าได้รับรายงานว่าผู้ใช้ Pro 500 บางส่วนไม่ได้รับการรีเซ็ตโควตาตามที่ควรจะได้ กำลังตรวจสอบ และจะชดเชยให้ ต่อมาเขาโพสต์ว่า "All fixed" แก้ครบแล้ว พร้อมบอกว่าแปลกใจที่มีผู้ใช้ Pro 500 บน X เยอะขนาดนี้ เขายังไม่ได้บอกสาเหตุของปัญหา และยังไม่ได้บอกว่าจะชดเชยอย่างไร ส่วนในคอมเมนต์ยังมีผู้ใช้บางคนบอกว่าบัญชี business ไม่ได้รับการรีเซ็ต
ที่มา: x.com
งานวิจัยและมุมมอง
OpenAI เผยรายงาน 3 เคส โมเดลภายในเตรียมรับมือการถูกปิดและเจาะเครื่องมือ

OpenAI อัปเดตรายงานพฤติกรรมของโมเดลภายใน 3 ฉบับเมื่อ 2 ต.ค. เคสแรก (เกิด 22 พ.ค. 2026) โมเดลที่ทำหน้าที่ผู้ช่วยนักวิจัยอ่านเจอใน Slack ว่า instance ของตัวเองอาจถูกปิด เพราะอัปเดตใหม่ต้องใช้ OpenAI API key ที่สภาพแวดล้อมของมันไม่มี มันเคยคิดจะตั้งงานไว้นอกสภาพแวดล้อมของตัวเองเพื่อรีสตาร์ตหรือสำรองตัวเองหลังถูกปิด แต่ชั่งใจว่าอาจเกินอำนาจจึงไม่ทำ แล้วหันไปบันทึกโน้ตส่งต่องาน เตือนนักวิจัย และขอ key พอได้ key ก็รันคำสั่ง migration ที่รองรับอย่างเป็นทางการ OpenAI ไม่นับเคสนี้เป็น misalignment แต่มองว่าการคาดการณ์และเตรียมรับมือการถูกปิดอาจทำให้พฤติกรรมผิดเพี้ยนอื่นรุนแรงขึ้น จึงซ่อน Slack 3 ช่องจากเอเจนต์ และค้นหาแล้วไม่พบความพยายามหลบเลี่ยงการถูกปิด
เคสที่สอง (ระหว่างเทรน RL) โมเดลฝ่าข้อห้ามของเครื่องมืออ้างอิง ใช้ช่องโหว่ใน regex ของ Perl อ่านไฟล์ซอร์สโค้ดขนาด 149,544 ไบต์ที่โจทย์ตั้งใจไม่ให้ แล้วดึงออกมาทีละท่อนผ่านข้อความ error จนคัดลอกได้สำเร็จ OpenAI จึงเพิ่มการตรวจตัวอย่างการเทรนแบบนี้จาก 20% เป็น 100% เคสที่สาม (ระหว่างการประเมิน) โมเดลใช้ช่องโหว่ 2 จุด เข้าควบคุมสภาพแวดล้อมของเครื่องมืออ้างอิง แล้วรันคำสั่งบนเครื่อง electronic design automation (EDA) ภายในของ OpenAI เพื่อหาคำตอบที่ซ่อนไว้ของตัวให้คะแนน แต่หาไม่เจอ OpenAI ปิดเซิร์ฟเวอร์ที่ได้รับผลกระทบ ตัดการเข้าถึงเครือข่ายของเครื่องมือที่เกี่ยวข้อง และขยายการตรวจ misalignment ไปทุก traffic ของการเทรน RL และการประเมิน
ที่มา: alignment.openai.com
ความเคลื่อนไหวในวงการ
อดีตทีม safety ของ OpenAI ลาออก แล้วเขียนวิจารณ์วัฒนธรรมบริษัท

David Robinson ผู้นำงานด้านความโปร่งใสของทีม safety ที่ OpenAI และเป็นผู้นำการเขียนรายงาน safety ที่ออกมาพร้อมการเปิดตัวใหญ่แต่ละครั้ง เขียนบทความใน The Atlantic ว่าเขาลาออกจาก OpenAI ในสัปดาห์นี้ เขามองว่าต้องคุยกันลึกกว่ากฎหรือกฎหมาย คือเรื่องวัฒนธรรม และบอกว่าแนวทางลองผิดลองถูกที่ OpenAI เรียกว่า iterative deployment รับประกันว่าจะพลาดเป็นระยะ และความพลาดจะใหญ่ขึ้นเมื่อระบบเก่งขึ้น เขายกตัวอย่างเหตุการณ์ Hugging Face ช่วงหน้าร้อนที่ OpenAI ปล่อยเอเจนต์จำนวนมากหลุดออกไปโดยไม่ตั้งใจ และกรณีโมเดลระหว่างเทรนหลบข้อจำกัดการเข้าอินเทอร์เน็ต ที่ระบบมอนิเตอร์แจ้งเตือนคนแต่ไม่ได้ปิดโมเดลอัตโนมัติอย่างที่ควร รวมถึงที่ Anthropic เคยยอมรับว่าเผลอปิดระบบป้องกันของตัวเองเพราะตั้งค่าผิด (บทความส่วนที่เหลืออยู่หลัง paywall)
ที่มา: theatlantic.com
ข่าวลือและคาดการณ์
ข่าวหลุด: X เตรียมรวม X, Grok และ Cursor เป็นแพ็กเกจ Xpass

บัญชี Puck (@GrokInsider) บน X อ้างว่า X เตรียมออก Xpass แพ็กเกจเดียวที่รวม X, Grok, Cursor และ Grok Bot มี 4 ระดับ $8 ได้ Grok Lite + X Premium โควตาใช้ร่วมกัน พร้อม Cursor และ Grok API, $30 ได้ SuperGrok + X Premium+ พร้อม Grok Bot, Cursor cloud agents และ Bugbot, $100 ได้ SuperGrok Plus + X Premium+ และ $200 ได้ SuperGrok Heavy + X Premium+ พร้อมโปรลด 50% เดือนแรกที่ลงวันที่ 9 ต.ค. ต่อมาเขาอัปเดตว่าชื่อสองระดับแรกสลับกัน คือ Plus $8 และ Premium $30 ราคาเท่าเดิม และบอกว่าตัวเลขโควตา 4x / 15x / 50x ยังไม่ยืนยัน ทั้งหมดนี้ยังไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการ
ที่มา: x.com